วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ขนมสาคู


ขนมหวานไทย : ขนมสาคูเปียกมะพร้าวอ่อน

* สาคู 200 กรัม
* น้ำตาลทราย 250 กรัม
* เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นเป็นชิ้น 100 กรัม
* น้ำเปล่า 900 กรัม
* หัวกะทิ 100 กรัม
* เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
* แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา

ขนมหวานไทย : ขนมสาคูเปียกมะพร้าวอ่อน
ขนมหวานไทย : ขนมสาคูเปียกมะพร้าวอ่อน
 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. นำน้ำเปล่าใส่ลงในหม้อและตั้งบนไฟร้อนปานกลาง ขณะรอน้ำเดือดนำสาคูไปล้างในน้ำเปล่าอย่างรวดเร็ว
2. เมื่อน้ำเดือด จึงใส่สาคูลงในหม้อ คนอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เม็ดสาุคูเกาะตัวกัน ต้มจนเกือบสุก โดยเม็ดสาคูจะมีลักษณะใส จะเหลือจุดขาวๆภายในเม็ดสาคู
3. ใส่น้ำตาลทรายลงไปในหม้อ คนจนน้ำตาลละลายจึงใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนลงไป คนให้เข้ากันอีกครั้งจึงปิดไฟ
4. ทำน้ำราดกะทิ โดยใส่น้ำกะทิ, แป้งข้าวเจ้าและเกลือลงในหม้อเล็ก ตั้งบนไฟอ่อนๆจนเข้ากันดี ปิดไฟและพักไว้
5. ตักสาคูมะพร้าวอ่อนใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิ พร้อมเสริฟรับประทานได้ทันที

ขนมทับทิมกรอบ

ทับทิมกรอบ

* แห้ว 800 กรัม
  (ล้าง, ปอกเปลือกและหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า)
* กะทิ 2 1/2 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 2 ช้อนชา
* น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
* น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
* น้ำหวานแดง 1 1/2 ถ้วยตวง
* แป้งมัน 500 กรัม
* ขนุนฉีกเป็นฝอย, เมล็ดข้าวโพดสุก
   (สำหรับโรยหน้า จะมีหรือไม่มีก็ได้)


แห้วสด
ทับทิมกรอบ
 
     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. นำแห้วที่หั่นเสร็จแล้วไปแช่ในน้ำแดงประมาณ 15 นาที จากนั้นจึงนำออกมาสะเด็ดน้ำ
2. นำแห้วที่แช่ในน้ำแดงไปคลุกในแป้งมันให้ติดผิว ค่อยๆคลุกให้ติดทั่วผิวแห้วทั้งหมด จากนั้น จึงนำไปต้มในน้ำเดือดจนสุกจึงนำออกมาแช่น้ำเย็น (วิธีสังเกตุ : แห้วสุกแล้วจะลอยขึ้นเหนือน้ำ)
3. เตรียมทำน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำตาลกับน้ำและนำไปต้มจนเดือด คนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายดี แล้วจึงปิดไฟ
4. นำกะทิและเกลือไปใส่ในหม้อขนาดเล็ก และนำไปตั้งบนไฟอ่อนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี จึงปิดไฟ
5. นำเมล็ดทับทิม ไปใส่ในถ้วยเสริฟ โรยหน้าด้วยเกล็ดน้ำแข็ง ราดด้วยน้ำเชื่อม,น้ำกะทิ, ขนุนฝอยและข้าวโพด (ถ้าต้องการ) เสริฟทันทีเป็นอาหารว่าง คลายร้อนในวันสบายๆ

ขนมเปียกปูน


ขนมหวานไทย : ขนมเปียกปูน

* แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วยตวง
* แป้งเท้ายายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำตาลมะพร้าว 400 กรัม
* น้ำกาบมะพร้าวเผา 3/4 ถ้วยตวง
* น้ำกะทิ 1 ถ้วยตวง
* น้ำปูนใส 4 ถ้วยตวง 
* เนื้อมะพร้าวฝอย 1 1/2 ถ้วย
   (คลุกเกลือนิดหน่อย ไว้สำหรับโรยหน้า)
ขนมหวานไทย : ขนมเปียกปูน
ขนมหวานไทย : ขนมเปียกปูน
 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. นำกาบมะพร้าวไปเผาไฟพอไหม้นิดหน่อยจึงนำไปจุ่มลงในน้ำสะอาด ทิ้งไว้ให้กาบมะพร้าวแห้ง จึงนำไปโขลกให้ละเอียด และร่อนจนได้ผงละเอียด แล้วจึงนำไปผสมกับน้ำสะอาด 3/4 ถ้วยตวง
2. ผสมแป้งข้าวเจ้าและ แป้งเท้ายายม่อม กับน้ำกะทิ, น้ำปูนใส, น้ำกาบมะพร้าว (ที่ทำในขั้นตอนที่ 1)และ น้ำตาลมะพร้าว ผสมจนทุกอย่างละลายเข้ากันดีจึงนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
3. เมื่อกรองเสร็จแล้ว เทส่วนผสมลงในกระทะทองเหลือง (หรือกระทะเทฟลอนก็ได้) นำไปตั้งไฟกวนโดยใช้ไฟแรง กวนสักพักพอแป้งจับตัวกันเป็นก้อน จึงลดไฟลงและ กวนต่อจนส่วนผสมข้นและเหนียว จึงเทใส่ถาดเกลี่ยหน้าให้เรียบหรือเทใส่แบบพิมพ์ที่เตรียมไว้
4. ถ้าเทใส่ถาด รอจนส่วนผสมเย็นจึงตัดเป็นชิ้น โรยด้วยเนื้อมะพร้าวฝอย ตักเป็นชิ้นใส่จานเสริฟ หรือเสริฟทั้งถาดแล้วแต่ความเหมาะสม

ขนมฟักทอง

ขนมฟักทอง
ข้อมูลผู้รู้
 
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่่ขนมฟักทอง
 
            ขนมฟักทอง หรือเข้าหนมบ่าฟักแก้ว เป็นขนมชนิดหนึ่งที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า ส่วนผสมหลักมีฟักทองนึ่ง แป้งข้าวเจ้า และน้ำตาลทราย วิธีการคล้ายกับขนมกล้วย เพียงแต่เปลี่ยนจากกล้วยน้ำว้า เป็นฟักทองนึ่งแทน (ทักษนันท์ อนรรฆพฤฒ, สัมภาษณ์, 5 กรกฎาคม 2550)
 
 
ส่วนผสมขนมฟักทอง
1.ฟักทอง1กิโลกรัม
2.น้ำตาลทราย500กรัม
3.แป้งข้าวเจ้า500กรัม
4.แป้งมัน200กรัม
5.มะพร้าวมะพร้าวขูด1ถ้วย
6.เกลือป่น1ช้อนชา
7.กะทิ2ถ้วย
 
 
 
วิธีทำำขนมฟักทอง
คลิกดูคลิปวิธีทำขนมฟักทอง
 
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
1
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
2
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
3
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
4
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
5
คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่
6
 
1. นึ่งฟักทองให้สุก นำมานวดให้เข้ากันกับแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และกะทิ
2. ใส่น้ำตาล และเกลือ
3. นวดส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้
4. เตรียมกระทงใบตอง ตัดเป็นรูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางยาว 4 นิ้ว เย็บสี่มุมเป็นรูปกระทง ตักขนมใส่ในใบตอง
5. โรยมะพร้าวขูดลงบนหน้าขนม
6. นึ่งไฟกลาง ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
 
เคล็ดลับในการปรุง
อาจเคี่ยวน้ำตาลทรายก่อนนำมาใส่ในส่วนผสม

เคล็ดลับในการเลือกเครื่องปรุง
ควรเลือกฟักทองแก่และเนื้อสีเหลืองอมส้ม เพราะมีเนื้อเหนียว จะทำให้เนื้อขนมมีรสอร่อยและสีขนมน่ารับประทาน

ขนมไข่หงส์

ขนมไข่หงส์

วันนี้มีเมนูขนมไทยมานำเสนอคะ ขอบอกว่าทำครั้งแรกในชีวิต ปกติชอบซื้อทาน วันนี้นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากจะทำ และแล้วก็ทำออกมาหน้าตาเป็นอย่างนี้หละคะ
รูปภาพ
ความยากง่าย:หัดชิม
ระดับความยากง่าย: หัดชิม
Cook Time
เวลา: 1 ชั่วโมง  
สัญชาติอาหาร:ไทย
ประเภทสัญชาติ:อาหารหวาน
วัตถุดิบหลัก:อื่นๆ | ไข่ | กะทิ | แป้ง
วิธีปรุง:ทอด
ที่มา:ทำเองที่บ้านคะ
เข้าชม:1609
วัตถุดิบและสัดส่วน:
ส่วนผสมตัวแป้งขนมไข่หงส์
1.แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม
2.แป้งข้าวเจ้า 3 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำตาลทราย 60 กรัม
4.กะทิ 1 กล่องเล็ก
5.ไข่ไก่ 2 ฟอง

ส่วนผสมไส้ขนมไข่หงส์
1.ถั่วเขียวซีกนึ่งสุกบดละเอียด 100 กรัม
2.พริกไทยป่น 10 กรัม
3.กระเทียมแกะเปลือก 20 กลีบ
4.น้ำตาลทราย 60 กรัม
5.เกลือป่น 1 ช้อนชา
6.น้ำมัน 1 ถ้วย
7. ใบเตย 3 ใบ

ส่วนผสมน้ำตาลสำหรับเคลือบ
1.น้ำตาลทราย 150 กรัม
2.น้ำ 100 กรัม
3.เกลือป่น 1 ช้อนชา
เครื่องปรุง:
ส่วนผสมตัวแป้งขนมไข่หงส์
1.แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม
2.แป้งข้าวเจ้า 3 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำตาลทราย 60 กรัม
4.กะทิ 1 กล่องเล็ก
5.ไข่ไก่ 2 ฟอง

ส่วนผสมไส้ขนมไข่หงส์
1.ถั่วเขียวซีกนึ่งสุกบดละเอียด 100 กรัม
2.พริกไทยป่น 10 กรัม
3.กระเทียมแกะเปลือก 20 กลีบ
4.น้ำตาลทราย 60 กรัม
5.เกลือป่น 1 ช้อนชา
6.น้ำมัน 1 ถ้วย

ส่วนผสมน้ำตาลสำหรับเคลือบ
1.น้ำตาลทราย 150 กรัม
2.น้ำ 100 กรัม
3.เกลือป่น 1 ช้อนชา
ขั้นตอนการปรุง:
วิธีทำตัวแป้ง
1.ผสมน้ำตาลทราย น้ำกะทิ นำไปตั้งไฟพอน้ำตาลทรายละลาย ยกลง
2.ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้ารวมกัน ใส่กะทิและไข่ที่ผสมไว้ลงนวดจนแป้งนุ่ม พักไว้

วิธีทำไส้
1.โขลกพริกไทยกับกระเทียมให้ละเอียด
2.ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำกระเทียมพริกไทยที่โขลกไว้ลงผัดให้หอม ใส่ถั่วเขียวซีกบดละเอียด เติมน้ำตาลและเกลือ ถ้าส่วนผสมแห้งเติมน้ำเล็กน้อย ผัดจนน้ำตาลละลาย ยกลง ปั้นเป็นก้อนกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1/2 นิ้ว

วิธีปั้น
แบ่งแป้งแต่ละก้อนให้มีขนาดใหญ่กว่าไส้ แผ่แป้งให้เป็นแผ่นกลม นำไส้ใส่ตรงกลาง ห่อเป็นหุ้มไส้ให้มิดให้แป้งหนาประมาณ 2 - 3มิลลิเมตร

วิธีทอด
ใส่น้ำมันลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่ขนมที่ปั้นไว้ อย่าให้แน่นกระทะ คอยคนขนมเบาๆ ทอดจนขนมเหลือง ตักขึ้นวางบนกระดาษซับน้ำมัน

วิธีเคลือบ
ผสมน้ำตาล น้ำ เกลือ ใส่ลงในกระทะนำไปตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวจนน้ำตาลข้นเป็นยางมะตูมอ่อนๆ ใส่ใบเตยหั่นฝอย ยกลงจากเตา ใส่ขนมที่ทอดแล้วลงไป ใช้ตะหลิวคนกลับไปกลับมาให้ทั่ว และน้ำตาลจะแห้งตกผลึกเคลือบขนม

ขนมกล้วยเล็บมือนาง


      สูตรขนมหวานไทย : ขนมกล้วย

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
  

ขนมกล้วย (Steamed Banana Cake)

* กล้วยน้ำว้า 8 - 10 ลูก (ปอกเปลือกและบดให้เละ)
* แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
* แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
* น้ำตาล 1 1/4 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 1/2 ช้่อนชา
* หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
* เนื้อมะพร้าวขูด 2 ถ้วยตวง


กล้วยน้ำว้า
ขนมกล้วย (Steamed Banana Cake)
 
     วิธีทำทีละขั้นตอน
1. นำกล้วย, แป้งข้าวเจ้า, แป้งมัน, น้ำตาล, เกลือ, หัวกะทิ และ เนื้อมะพร้าวขูด (ประมาณ 3/4 ส่วนของทั้งหมด) ผสมกัน จากนั้นนวดด้วยมือจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
2. ตักส่วนผสมในข้อหนึ่งลงในถ้วยหรือแบบที่ต้องการ หรือจะใช้ใบตองห่อก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก เสร็จแล้วนำเนื้อมะพร้าวขูดที่เหลือโรยหน้า
3. นำไปนึ่งประมาณ 30 นาที หรืออาจนำไปอบโดยใช้ความร้อนประมาณ 180 องศาเซลเซียส (360 องศาฟาเรนไฮต์) เป็นเวลา 30 นาทีเช่นกัน
4. เมื่อขนมกล้วยสุกแล้ว ให้นำออกจากแบบ สามารถเสริฟได้ทั้งขณะร้อนหรือเย็นแล้ว

ขนมเทียน

    สูตรขนมหวานไทย : ขนมเทียน

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
  

ขนมหวานไทย : ขนมเทียน

* แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
* น้ำตาลโตนด 2 ถ้วยตวง (สำหรับทำตัวแป้ง)
* น้ำตาลโตนด 1 1/2 ถ้วยตวง (สำหรับทำไส้)
* ถั่วเขียวกะเทาะเปลือกนึ่ง 2 ถ้วยตวง
* น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
* พริกไทย 1 ช้อนชา
* น้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ
* มะพร้าวขูด 2 ถ้วยตวง
* เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา
ขนมหวานไทย : ขนมเทียน
ขนมหวานไทย : ขนมเทียน
 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. เริ่มจากทำตัวแป้งก่อนโดย นำน้ำตาลโตนดไปเคี่ยวจนเหนียวแล้วจึงนำไปนวดกับแป้งข้าวเหนียวจนเข้ากันดี
2. เตรียมทำไส้หวาน โดยนำน้ำตาลโตนดเคี่ยวกับมะพร้าวจนแห้งจึงปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ สำหรับไส้เค็ม ให้นำน้ำมันใส่กระทะไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง จากนั้นใส่ถั่วนึ่ง, พริกไทย, เกลือและน้ำตาลทราย ผัดจนหอมและส่วนผสมเข้ากันทั่วจึงปิดไฟ และทิ้งไว้ให้เย็น
3. ห่อขนมโดยตัดใบตองเป็นแผ่นๆ เช็ดให้สะอาดและทาด้วยน้ำมันนิดหน่อย ตักแป้งใส่แล้วห่อไส้เค็มหรือไส้หวานตามชอบ จากนั้นนำแป้งอีก ก้อนวางลงบนไส้ ห่อให้เป็นรูปสามเหลี่ยม นำไปนึ่งประมาณ 30 นาทีจนสุกดี


ขนมปุยฝ้าย

ขนมหวานไทย : ขนมปุยฝ้าย

* แป้งสาลี 450 กรัม
* เอสพี 1 ช้อนโต๊ะ (ดูรายละเอียดเอสพี* ด้านล่าง)
* ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ
* ไข่ไก่ 2 ฟอง
* น้ำตาลทราย 250 กรัม
* น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
* นมข้น 1/2 กระป๋อง
* น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
* สีผสมอาหาร (เลือกสีตามความต้องการ), กลิ่นมะลิ (หรือตามชอบ)
* ลูกเกด (สำหรับแต่งหน้า)
ขนมหวานไทย : ขนมปุยฝ้าย
ขนมหวานไทย : ขนมปุยฝ้าย
 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. ผสมเอสพี น้ำตาลทรายและน้ำ 1 ถ้วยเข้าด้วยกัน จากนั้นคนด้วยเครื่องตีไข่ ระหว่างคนตอกไข่ลงไป 2 ฟองและคนต่อไปเรื่อยๆ
2. นำผงฟูผสมกับแป้งสาลี แล้วนำไปร่อน จากนั้นจึงใส่ผสมลงไปกับส่วนผสมที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1 คนต่อไปให้เข้ากันทั่ว
3. ใส่น้ำ 1 ถ้วยตวง, นมข้น และน้ำมะนาว คนหรือตีต่อไปจนส่วนผสมขึ้นขาว จึงใส่สีและกลิ่นตามความชอบ
4. จากนั้นนำส่วนผสมไปหยอดลงในแบบหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ แต่งหน้าด้วยลูกเกด (แล้วแต่ความชอบ) และนำไปนึ่งโดยใช้ไฟแรงๆ ประมาณ 10 นาทีหรือจนสุก จึงยกลง
5. ทิ้งไว้ให้เย็น สามารถนำไปเสริฟทานได้ทันที
*เอสพี เป็นส่วนผสมที่ผลิตเพื่อใช้ในขนม ที่เราต้องการฟองมาก ๆ เช่น สปันจ์เค้ก แยมโรล และ ขนมปุยฝ้าย ส่วนผสมของเอสพี มีคุณสมบัติพิเศษ คือ ช่วยทำให้เกิดฟองได้ดี และช่วยให้ฟองอยู่ตัว นอกจากนั้นยังช่วยให้ปริมาตร ขนมใหญ่ขึ้นและช่วยให้ขนม นุ่ม และสด นานขึ้น


ขนมทองม้วน

  สูตรขนมหวานไทย : ขนมทองม้วน

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
  

ขนมหวานไทย : ขนมทองม้วน

* แป้งสาลี 850 กรัม
* น้ำตาลทราย 600 กรัม
* ไข่เป็ด 5 ฟอง
* มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม
* แป้งหอมผสมอาหาร 1/2 ช้อนชา
* งาขาว


ขนมหวานไทย : ขนมทองม้วน
ขนมหวานไทย : ขนมทองม้วน
 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. นำมะพร้าวไปคั้นให้ได้น้ำกะทิ จากนั้นจึงนำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง เคี่ยวจนกะทิแตกมัน
2. ผสมแป้งสาลีกับน้ำตาลทราย แล้วจึงนำน้ำกะทิที่ได้จากขั้นตอนที่หนึ่งมาผสม คนจนแป้งละลายดี
3. ตอกไข่ใส่ลงไป ตีจนขึ้นฟอง จึงใส่แป้งหอมผสมอาหารและงาขาว คนจนผสมกันทั่ว พักทิ้งไว้
4. ทาน้ำมันบนกระทะแบน รอจนร้อนจึงหยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไป รอให้สุกจึงกลับหน้าให้เหลืองทั้งสองด้าน ขณะที่ขนมยังร้อน พับม้วนตามต้องการ จึงนำออกจากเตา
5. เสริฟรับประทานได้ทันที หรือเก็บในภาชนะมิดชิดเพื่อไว้รับประทานภายหลัง

ขนมทองหยิบ


ขนมหวานไทย : ขนมทองหยิบ

* ไข่เป็ด 8 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง)
* น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง
* น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
   (เคล็ดลับ : อัตราส่วนมาตรฐานทั่วไป
   น้ำ 1 ส่วน : น้ำตาล 1/2 ส่วน)



ขนมหวานไทย : ขนมทองหยิบ
ขนมหวานไทย : ขนมทองหยิบ
 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. ผสมน้ำเปล่าและน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง นำไปตั้งบนไฟอ่อนจนละลายปิดไฟ ทิ้งไว้ให้เย็นนำไปกรองด้วย ผ้าขาวบางหนึ่งครั้ง
2. นำน้ำเชื่อมที่กรองแล้วไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง กะพอให้น้ำเชื่อมร้อนจัดแต่ไม่ให้เดือดพล่าน
3. ใส่ไข่แดงลงในถ้วย ตีจนขึ้นฟู เมื่อน้ำเชื่อมร้อนได้ที่ ใช้ช้อนตักไข่แดงที่ตีจนฟู หยอดลงในน้ำเชื่อม ไข่จะแผ่เป็นวงกลม ใช้ช้อนกลับหน้าสักครั้งเพื่อให้สุกทั่วทั้งสองด้าน จากนั้นจึงตักขึ้น
4. รอจนหายร้อน จึงจับจีบโดยใช้นิ้วมือหยิบ 5 หยิบแล้วใส่ลงในถ้วยตะไลหรือแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้

ขนมทองหยอด


ขนมหวานไทย : ขนมทองหยอด

* ไข่เป็ด 18 ฟอง
* แป้งทองหยอด 1 ถ้วยตวง (หรือแป้งข้าวเจ้า)
* น้ำตาลทราย 5 ถ้วยตวง
* น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วยตวง




ขนมหวานไทย : ขนมทองหยอด
ขนมหวานไทย : ขนมทองหยอด
 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. ผสมน้ำลอยดอกไม้กับน้ำตาลทรายลงในกระทะทองเหลือง แล้วนำไปตั้งไฟแรงให้เดือด เคี่ยวทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นจึงแบ่งน้ำเชื่อมส่วนหนึ่งออกมาสำหรับแช่ทองหยอดที่สุกแล้ว
2. ต่อยไข่ แยกไข่ขาวออก ใช้เฉพาะไข่แดง โดยนำไข่แดงไปกรองในผ้าขาวบางเพื่อรีดเอาเยื่อออก จากนั้นจึงตีไข่แดงให้ขึ้นฟู จากนั้นค่อยๆผสม แป้งทองหยอดลงไปและคนให้แป้งและไข่แดงเข้ากัน
3. นำไข่แดงที่ผสมแป้งเรียบร้อยไปหยอดในน้ำเชื่อม สำหรับวิธีหยอดนั้นให้ใช้นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง หยิบส่วนผสมมาเป็นลูกขนาดพอประมาณ แล้วจึงสบัดลงไปในน้ำเชื่อม ทำเช่นนี้จนเต็มกระทะทองเหลือง จากนั้นรอจนทองหยอดสุกจึงตักออกมาพักใส่ในน้ำเชื่อมที่แยกไว้ก่อนหน้านี้ (ทองหยอดที่สุกจะลอยขึ้น)
4. จัดทองหยอดใส่จานเสริฟเป็นของว่างหรือของทานเล่นในวันพักผ่อนสบายๆ


ขนมถ้วย


      สูตรขนมหวานไทย : ขนมถ้วย

     เครื่องปรุง + ส่วนผสม
  
ขนมไทย : ขนมถ้วย

ส่วนผสมทำตัวขนมถ้วย
* แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
* แป้งเท้ายายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
* หางกะทิ 1 ถ้วย
* น้ำตาลปี๊บ 1/2 ถ้วย
* น้ำใบเตย 1/4 ถ้วย
ส่วนผสมทำหน้าขนม
* แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ
* หัวกะทิ 1 ถ้วย
* เกลือ 1/2 ช้อนชา

ขนมไทย : ขนมถ้วยตะไล
ขนมไทย : ขนมถ้วย
 
      วิธีทำขนมไทย ทีละขั้นตอน
1. เตรียมทำตัวขนมโดย นำหางกะทิไปผสมกับแป้งข้าวเจ้า, แป้งเท้ายายม่อม, น้ำตาลปี๊บและน้ำใบเตย นวดจนเข้ากันดี นำไปกรองด้วยผ้าข้าวบางและพักไว้
2. เตรียมทำหน้าขนมโดยนำหัวกะทิผสมกับแป้งข้าวเจ้าและเกลือ คนจนละลายดีจึงนำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง และทิ้งไว้
3. ตั้งหม้อนึ่งรอจนน้ำเดือดจึงเรียงถ้วยตะไลลงไป นึ่งจนถ้วยตะไลร้อน จึงเริ่มหยอดตัวขนม (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 1) ลงไปประมาณ 3/4 ถ้วยตะไล จากนั้นจึงปิดฝาหม้อและนึ่งทิ้งไว้ประมาณ 3 - 5 นาที จากนั้นจึงหยอดหน้าขนม (ที่เตรียมไว้ในขั้นตอนที่ 2) ลงไปในถ้วยตะไล จนเต็มและนึ่งต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
4. รอจนเย็นแล้วจึงนำไปเสริฟ เวลาเสริฟสามารถเสริฟทั้งถ้วยตะไล หรือใช้ไม้พายแคะออกจากถ้วยแล้วจัดเรียงใส่จาน


ขนมครก

หน้าขนมครกโรยข้าวโพดต้มบ้าง ฟักทองบ้าง ต้นหอมซอยบ้าง หรืออื่นๆตามชอบ
__________________
เมื่อใดที่รู้จักคำว่าพอ ชีวิตจะมีความสุขมากขึ้น
fanatic - founder
5593 posts
สำหรับคนอยู่เมืองนอกหาแป้งข้าวเจ้าไม่ได้ก็สามารถทำขนมครกไทยทานได้ วันนี้เราเอาตัวอย่างมาโพสไว้เป็นแนวทางให้ 
ขนมครกแป้งสาลีเนื้อแป้งจะนุ่มกว่าแป้งข้าวเจ้า เวลาทำก็ไม่ต้องพักแป้งนาน ส่วนใหญ่เราจะใช้สูตรนี้ทำทานประจำ ที่บ้านจะมีแป้งสาลีอเนกประสงค์ตลอดเวลาเพราะใช้ทำได้สารพัดอย่างสมกับชื่อของแป้ง เหตุนี้เราจึงเลือกใช้แป้งชนิดนี้ทำขนมครกและก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจสำหรับเรา
ส่วนประกอบหน้าขนมครกใช้แบบเดียวกับที่โพสไว้ข้างต้น
แป้งขนมครก 
เครื่องประกอบด้วย:-
แป้งสาลีอเนกประสงค์ ๑/๒ ถ้วยตวง
กะทิ ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำปูนใส ๑/๔ ถ้วยตวง
น้ำสะอาด ๑/๒ ถ้วยตวง
น้ำตาล ๑ ช้อนชา
เกลือป่น ๑/๘ ช้อนชา
หมายเหตุ  
๑. ส่วนผสมของเหลวนี้สามารถเพิ่มได้อีก ๑ - ๔ ช้อนโต๊ะ จะเพิ่มกะทิ หรือน้ำก็ได้
ลองผสมแป้งดูก่อนถ้าข้นเกินไปค่อยเติมของเหลวเพิ่มไปทีละ ๑ ช้อนโต๊ะ 
๒. ระหว่างทำแป้งจะข้นขึ้นเรื่อยๆ จะเติมของเหลวเพิ่มตอนที่จะหยอดแป้งชุดต่อไปก็ได้
๓. ใช้นมสดรสจืดแทนกะทิก็ได้ หรือจะใช้แทนทั้งกะทิทั้งน้ำก็ได้ เป็นการเพิ่มคุณค่าขนมทำให้ได้โปรตีน แคลเซี่ยม และ วิตามินดี (นมที่อเมริกาส่วนใหญ่จะเติมวิตามินดีลงไปด้วย)
วิธีทำ:-
ตวงแป้งใส่ชาม ใส่น้ำตาลและเกลือป่นลงไป